ชัดแล้ว! “ไทยเที่ยวไทยพลัส” แจก 1 ล้านสิทธิ เริ่มลงทะเบียน 1 ต.ค.นี้
ชัดแล้ว! “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ทุ่ม 3,500 ล้าน แจก 1 ล้านสิทธิ ช่วยค่าที่พัก 1,500 บาท พร้อม Voucher สูงสุด 2,000 บาท เริ่มลงทะเบียน 1 ต.ค.นี้
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ภายหลังหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักในรูปแบบกำหนดอัตราตายตัว (Flat Rate) ในวงเงิน 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ และยังมีการปรับเพิ่มมูลค่าคูปอง (Voucher) สำหรับใช้จ่ายในร้านอาหาร สปา หรือ บริการท่องเที่ยวอื่นๆ จากเดิม 500 บาท เพิ่มเป็น 1,500 บาท สำหรับ “เมืองหลัก”
หากนักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายในพื้นที่ “เมืองรอง” มูลค่าคูปองจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาท เพื่อกระตุ้นและกระจายรายได้สู่ชุมชน คาดว่า จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสัปดาห์หน้า หรือ ช้าสุดไม่เกิน 22 ก.ย. 2569
สำหรับโครงการนี้เตรียมงบประมาณไว้ไม่เกิน 3,500 ล้านบาท กำหนดไว้ทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ จำกัด 5 สิทธิต่อคน รัฐจะสนับสนุนสูงสุด 3,500 บาทต่อคน คำนวณจากค่าที่พัก 1,500 บาท รวมกับคูปองเมืองรอง 2,000 บาท
ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายใน 1 -25 ต.ค. 2569 และจะเริ่มให้ประชาชนใช้สิทธิ และเดินทางท่องเที่ยวได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป โดยนักท่องเที่ยว 1 คน จะได้รับสิทธิทั้งหมด 5 สิทธิ สำหรับระยะเวลาโครงการจะครอบคลุมประมาณ 3-4 เดือน
แต่มีเงื่อนไขสำคัญ คือ จะงดเว้นการให้ใช้สิทธิในช่วงเทศกาลปีใหม่ (ราววันที่ 15 ธ.ค. – 15 ม.ค.) เนื่องจากผลการศึกษาตัวเลขระบุชัดเจนว่า การอัดฉีดในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่มีผลต่อการกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ
“โครงการนี้ ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางแบบ “คร่อมปีใหม่” คือ ดึงดูดให้คนรีบใช้สิทธิเที่ยวช่วงเดือน พ.ย. ถึงกลางเดือน ธ.ค. และกลับมาใช้สิทธิอีกครั้งช่วงกลางเดือน ม.ค. ลากยาวไปจนถึงสิ้นเดือนก.พ. 70” นายสุรศักดิ์ กล่าว คาดการณ์ว่า จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้สูงถึง 58,000 ล้านบาท หรือ คิดเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่กลับคืนมาสูงถึง 2.5 เท่า ของเงินงบประมาณที่อัดฉีดลงไป
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังมีกลไกป้องกันการทุจริตและการฉวยโอกาสขึ้นราคาของกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมอย่างเข้มงวด โดยผู้ประกอบการจะต้องแจ้งราคาห้องพัก พร้อมกับตอนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ หากตรวจสอบพบว่ามีการปรับราคาขึ้นเกิน 10% เมื่อเทียบกับโครงการในลักษณะเดียวกัน อย่างโครงการเที่ยวคนละครึ่ง จะไม่ได้รับสิทธิให้เข้าร่วมโครงการทันที
ส่วนโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นโรงแรมที่มีใบอนุญาตเท่านั้น หรือหากไม่มีใบอนุญาตโรงแรม ก็จะต้องมีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเปิดให้ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเปิดทดสอบระบบรวมกับทางด้านของผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อให้มีความเสถียรและป้องกันการผิดพลาดให้น้อยที่สุด โดยเตรียมหารือกับสมาคมโรงแรมไทยเร็วๆ นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB